หัวข้อยอดนิยม

culture (9) customs (1) economic (2) Education (6) Entertainment (5) famous (1) food (7) football (1) gameshow (1) general (1) History (10) language (17) law (1) lifestlye (32) lifestyle (6) Music (1) MV (5) place (1) politic (1) singer (2) socities (5) sport (1) thai (2) travel (6) viet (1) vietnam (19) work (2)

Friday, April 13, 2007

Happy Marry at Ha Tinh Province

วันนี้ต้องขอแสดงความยินดี กับหนุ่มไทยที่ได้ไปแต่งงานกับสาวห่าติ๋ง(รูปถ่ายประกอบเป็นงานแต่งเพื่อนผมครับที่บิงห์ฮวา จ.ดองนาย) ทีนี้คงมีหลายคนสงสัยว่ามันอยู่ไหนกัน มาว่าถึงจังหวัดนี้ดีกว่าว่าเป็นยังไง

จังหวัดห่าติ๋ง(Hà Tĩnh)เป็นจังหวัดชายฝั่งอยู่ทางภาคเหนือ แต่อยู่ทางใต้กรุงฮานอย ทิศเหนือติดจังหวัดแหง่อาน ทิศใต้ติดจังหวัดกวางบิ่นห์ ตะวันออกติดลาว ฝั่งตะวันออกเป็นทะเลจีนใต้ มีเนื้อที่ 6,056 ตร.กม. ประชากร 1,286,700 คน ประกอบด้วย อำเภอเมืองสำคัญสองเมือง และอำเภอ อีก 10 อำเภอ


1. Hà Tĩnh
2. Hồng Lĩnh town
3. Cẩm Xuyên
4. Can Lộc
5. Đức Thọ
6. Hương Khê
7. Hương Sơn
8. Kỳ Anh
9. Nghi Xuân
10. Thạch Hà
11. Vũ Quang
12. Lộc Hà พึ่งตั้งใหม่ อยู่ระหว่างCan Lộc และ Thạch Hà

เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญตั้งแต่อดีตมา มีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจเนื่องจากมีหลายชนเผ่าอย่างหลักก็คนเวียต เผ่าไทย(น่าจะเป็นไทยภูเขา พูดภาษาคล้ายภาคเหนือบ้านเฮา) เผ่าจู๊ด(Chứt,พูดภาษาลาว) เผ่าม้ง(Mường,พูด ภาษาม้ง) และเป็นบ้านเกิดของกวีรวมทั้งบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์เวียตนามกว่าสิบท่าน

นอกจากทิวทัศน์ธรรมชาติ ยังมีน้ำตกVũ Môn สวนพฤกษ์ศาสตร์Vũ Quang ทะเลสาบKẻ Gỗ น้ำพุร้อนSơn Kim ช่องเขาĐèo Ngang วัดHương Tích และหาดทรายที่สวยงามกว่าห้าแห่งเลียบไปตามถนนหลวงสาย 1A และสาย 8


ที่มา:วิกิพีเดีย

Thursday, April 12, 2007

My first MV Karaoke


คงต่อเนื่องจากที่เริ่มชอบร้องเพลง แต่เวลาไปคาราโอเกะกับผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ร้องเพลงภาษาอังกฤษกับท่านๆ แต่เวลาไปกับเพื่อนร่วมงานที่นั่น พอรู้ว่าผมพอร้องเพลงเวียตได้ ก็จะให้ร้องให้ฟัง(=ฮ้าก ดี) แต่ผมคงต้องรอให้เมากันก่อนทุกที ฮ่า... เพลงที่หากินเวลาร้องก็สองสามเพลงของนักร้อง(กา สี) Ung Hoang Phuc ซึ่งกำลังฮิตเมื่อปี 2003 ก็เพลงชื่อ Nguoi ta noi ,Toi Khong Tin... ไปไหนก็ร้องจนหลับตาร้องได้เลย เพลงไทยก็มีแต่ไม่มีเมนู(ถึก เดิง)ให้ เพลงจะอยู่ประมาณลำดับที่ 7xxxx กดมั่วดู จะมีแต่เพลงเก่านะครับ รุ่นสิบปีมาแล้ว

มาว่าถึงประวัติของนายƯng Hoàng Phúc(อึง ฮว่าง ฟุ๊ก) คนนี้นิดนึง ชื่อจริงคือNguyễn Quốc Thanh(เหวียน ก๊วก ทัน) อายุ 26 ปี เกิด 18 สิงหาคม 2524 เป็นนักร้องชายที่หน้าตาดี น้ำเสียงร้องแบบกลางๆฟังง่าย เดิมทีเป็นนักร้องดังในกลุ่มสมาชิกวง1088 ที่มีผู้ฟังมากสุดวงหนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักร้องนำ

จนเมื่อวงแตก เขาได้เข้าเซ็นต์สัญญาเข้าค่ายดนตรีบันเทิงสากล(Thế giới Giải Trí) จนมีอัลบั้มเดี่ยวถึง 4 อัลบั้มแล้ว และร้องคู่กับวงสามสาวHAT 1 อัลบั้ม



Wednesday, April 11, 2007

MV Learn listening

เท่าที่ผมได้สำรวจ พบว่ามีเพื่อนๆหลายคน อ่านออกสำเนียงและฟังภาษาเวียตนามกันยาก เหลือเกิน ผมเองก็เช่นกัน ผมมาแก้ปัญหานี้ได้ตอนไปนั่งคาราโอเกะ เพราะรำคาญเด็กๆ เหลือเกิน ที่ชอบเปิด แต่คาราโอเกะเวียตนาม เพลงฝรั่งเขาก็ร้องไม่ได้ เราก็เลยร้องตามร้องไปร้องมาก็เลย จับคำร้อง ตามตัวหนังสือวิ่ง ก็เลยอ่านออก ( แต่ไม่รู้ความหมายของคำ) และ สนุก เพลิดเพลินดี ไม่เซ็ง เหมือนนั่งอ่าีนหนังสือ เลย หมดเงินไปเยอะกับ การเที่ยวคาราโอเกะ ฮ่า...(ตัวอย่างไม่ดี ห้ามลอกเลียนแบบนะครับ)ก็เลยอยากแนะนำเพื่อนๆในการฝึกอ่านเรียนภาษานะครับ นี่เป็นตัวอย่าง เพลง Vang trang khoc แต่งโดย Nguyễn Văn Chung ขับร้องโดย Nhật Tinh Anh และ Khánh Ngọc

North and South Language

มีเพื่อนๆหลายคน บ่นว่าคำในภาษาเวียตนามมีคำเรียกที่แตกต่างกัน เนื่องจากเวียตนามเองประกอบด้วยชนกลุ่มหลายกลุ่มด้วยกัน หลักๆก็มี ภาษาเหนือ, กลาง,ใต้ นอกนั้นก็มีภาษาตะวันออก ,ตก ,จาม(ông-ออม-ท่าน,คุณ) ภาษาชาวเขา(người núi =เหง่ย นุ้ย) กว่า 50 เผ่า ซึ่งโดยมากอาศัยอยู่ตามภาคเหนือเช่น เมืองSapa...ซึ่งรวมถึงเผ่าไท้( Thái) หรือคนไทย ซึ่งผมได้ดูวีดีโอไว้เล่ารายละเอียดคราวต่อไป อื่นๆตามแนวเขาฝั่งที่ติดกับลาว
อย่างที่ผมเคยไปเที่ยวที่ เมืองด่าลัด จะมีสถานที่แห่งหนึ่งชื่อว่าเขา Lang Biang(ลาง เบียง) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ใครอยากสมหวังเรื่องความรักก็ลองไปดู ที่นั่นมีชาวเขาเผ่าลาว ก็พูดคุยกับเราได้รู้เรื่องที่สุด เขามีหลายเรื่องเล่ากับเรา เอาไว้คงเล่าในคราวต่อไป ก่อนสงครามเวียตนาม(กับอเมริกา) เมืองไซง่อนหรือโฮจิมินห์ชื่อใหม่นั้น เป็นเมืองที่มีความเจริญมากกว่าบางกอกหรือกรุงเทพของเราเสียอีก กลุ่มคนไม่ว่าจะภาคกลาง เว้ ด่าหนัง ยาจาง ต่างก็เข้ามาทำงาน บ้างเรียนหนังสือ หลังจากสงครามเวียตนามสิ้นสุดกลุ่มปัญญาชนที่ไม่พอใจต่างกลัวและพยายามหลบหนี
บางคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ผมฟังว่า เขาคงจะเรียนจบมหาวิทยาลัย มีงานดีเงินดีไปแล้วถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ดังนั้นในเขตภาคใต้ อย่างในเมืองโฮจิมินห์ การที่จะหาอาหารภาคกลางจึงไม่ยาก เพราะโดยมากจะเป็นคนภาคกลาง เพื่อนเวียตผมบางคนมีสายมาจากราชวงศ์เก่าแก่ทางภาคกลาง เคยไปนั่งดูรายชื่อสายตระกูลยาวสี่ห้าพับเลย ฮ่า...
ด้วยปัจจุบัน สื่อต่างๆ ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์(เว้นแต่ HTV และ Local อื่นๆ) ที่เป็นภาษากลาง ทำให้เด็กรุ่นใหม่ใช้ภาษากลาง ก็มีแต่รุ่นพ่อแม่เท่านั้นที่ยังคงใช้ภาษาถิ่นเดิม พอจะยกตัวอย่างคำดังนี้

-คำขานรับ ภาคเหนือจะเป็น Vang=ฟวัง ทางใต้จะเป็น da=ยา(เสียงสระออกสั้น) ผมว่าคล้ายคำว่า จ๊ะ อย่างบ้านเราใช้กัน แต่เวลาผมพูดทีไร นึกถึงเวลากะเทยพูดทุกที


-ชามก๋วยเตี๋ยว เวลาแวะไปกินข้างถนนที่ภาคใต้ ผมก็จะสั่งก๋วยเตี๋ยวชามนึง(Cho anh một cái to=จอ อัน หมด ไก๊ ตอ-ว) แต่ไปกินข้าวบ้านเพื่อนคนเหนือ ต้องเรียกชามว่า ไก๊ บั๊ด(cái bát) ไม่ได้เรียกว่า ไก๊ ตอ-ว สาเหตุถ้าจะให้เดาก็คงเนื่องจาก คำว่า บั๊ด นั้น น่าจะคล้ายภาษาเหนือบ้านเราว่า "หลวง" ที่แปลว่า ใหญ่ รวมก็คือ ชามใบใหญ่นั้นเอง ส่วนคำว่า ตอ-ว นั้น แปลว่าใหญ่ อยู่แล้ว

-ตอนไปร้านถ่ายรูปเพื่อทำVisa ทางภาคใต้จะเรียกรูปถ่ายหรือรูป ว่า "จุบ เพิ่น" แต่ว่าภาษาเหนือจะเรียกว่า "จุบ อั๋น(chụp ảnh) หรือ อั๋น" ผมกับพี่คนหนึ่งก็เข้าใจผิดกันบ่อยๆเวลาเรียกกัน
คงมีหลากหลายคำ ที่ผมเองก็จำไม่ได้แล้ว ล่ะ