หัวข้อยอดนิยม

culture (9) customs (1) economic (2) Education (6) Entertainment (5) famous (1) food (7) football (1) gameshow (1) general (1) History (10) language (17) law (1) lifestlye (32) lifestyle (6) Music (1) MV (5) place (1) politic (1) singer (2) socities (5) sport (1) thai (2) travel (6) viet (1) vietnam (19) work (2)

Friday, March 7, 2008

ระบบการปกครอง และการบริหารท้องถิ่นเมืองโฮจิมินห์ซิตี้

Hồ Chí Minh City จัดโครงสร้างการปกครองเป็นระบบเทศบาลเมืองเหมือนกับจังหวัดอื่นๆในเวียตนาม สภาเทศบาลประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรท้องถิ่นที่ได้รับการเลือกตั้งจำนวน 95 ท่าน และวุฒิสมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกจากพรรคคอมมิวนิสต์ 13 ท่าน ประธานสภาผู้แทนจะดำรงตำแหน่งประธานบริหารเกี่ยวกับงานราชการ ส่วนเลขาธิการวุฒิสมาชิกจะดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารจัดการเทศบาล นับว่าแปลกแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ที่มีเพียงตำแหน่งนายกเทศมนตรีหนึ่งเดียวเท่านั้น ในการเป็นประธานบริหารจัดการ เหมือนอย่างในบ้านเราเป็นต้น

พรรคคอมมิวนิสต์(The Communist Party of Vietnam -CPV) จะเป็นผู้กำหนดนโยบาย ทางการปกครอง เศรษฐกิจ กิจกรรมทางสังคม ดังนั้น เลขาธิการวุฒิสมาชิกเมืองโฮจิมินห์(CPV HCMC Committee Secretary)จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของเทศบาล

เทศบาลเมืองแบ่งการบริหารออกเป็นอำเภอและตำบลรวม 24 เขต(ตุลาคม ปี 2003) เขตตำบลจะมีเพียง 5 เขต(พื้นที่ราว 1,601 ตร.กม.)โดยได้ถูกจัดให้เป็นเทศบาลตำบล(="Huyện" เฮวี่ยน ในภาษาเวียตนาม) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมรอบเมือง โดยยังอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมือง อันประกอบไปด้วยตำบลNhà Bè, Cần Giờ, Hóc Môn, Củ Chi และ Bình Chánh ส่วนที่เหลือ 19 เขตเป็นอำเภอ(พื้นที่ 494 ตร.กม.) อยู่ในเขตเทศบาลเมือง(="Quận" ก่วง ในภาษาเวียตนาม) ตั้งแต่เขต 1ถึง 12 รวมกับอีก 7 เขตที่เป็นเทศบาลเมืองตอนในคือ Tân Bình, Bình Thạnh, Phú Nhuận, Thủ Dức, Bình Tân, Tân Phú และGò Vấp ในแต่ละอำเภอเทศบาลเมืองตอนใน ยังซอยย่อยเป็นหลายๆตำบล(="Phường" เฟิง) ส่วนเทศบาลตำบลรอบนอกก็ซอยย่อยเป็น คอมมูนหรือนิคมสร้างตนเอง(="Xã" สา) และหมู่บ้าน(="Thị trấn" ถิ จั้น) ปัจจุบัน ปี 2006 เมืองโฮจิมินห์ มี 254 ตำบล 58 นิคม 5 หมู่บ้าน



Thursday, December 20, 2007

เดินบนทางเท้าอย่างถูกวิธี

โดย Son Tung

ในไซง่อนนั้น ทางเท้าควรจะเป็นที่ที่ผู้สัญจรเดินได้อย่างปลอดภัย ถ้ามีคนถามว่า"ทางเท้าคืออะไร?"โปรดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องตลกนะครับ คุณอาจจะตอบว่า "เป็นทางเดินสองข้างถนนมีเอาไว้ให้คนเดิน"แล้วคุณเองคงต้องกลับไปขบคิดถึงที่มาของการถาม ในเวียตนามนั้น ผู้คนรู้กันมานานแล้วว่า ทางเท้าไม่ได้เป็นเพียงทางเดินข้างถนนแต่กลับเป็นหลายหลายสิ่ง ตั้งแต่คนปั่นจักรยานมาขายของ เป็นที่จอดรถ ที่วางของกองวัสดุ จูงสุนัขเดินเล่น(โดยไม่มีใครสนใจ) บางครั้งสุนัขก็ถ่ายอุจจาระเรี่ยราด(ถูกเป็นที่ต่อว่าต่อขานอย่างมาก)


หากมองว่าคนเวียตนามเองยังคงยากจน ดังนั้นทางเท้าจึงเป็นที่เลี้ยงปากท้องของพวกเขา ตั้งแต่เด็กขายหนังสือพิมพ์จนถึงคนปั่นจักรยานขายอาหาร ไซง่อนไม่ใช่กรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงเยอรมันที่มั่งคั่ง มีทางเท้าที่กว้างกว่าถนน เอาไว้ให้คนเดินเท้าหรือจะจอดรถตรงไหนก็ได้ คงไม่เหมือนปารีสฝรั่งเศสที่เจ้าของร้านกาแฟจะตั้งโต๊ะหน้าร้านบนทางเท้าโดยไม่เกะกะผู้คนบนทางเท้า แม้ว่าทางเท้าควรจะเป็นของผู้คนเดินเท้าตามพจนานุกรม เราคงต้องใจเย็นเดินเลี่ยงไปเดินบนถนนเพื่อรักษาใจเขาใจเราในการอยู่ร่วมกัน แม้จะเสี่ยงชีวิตต่อการถูกเฉี่ยวชนช่วงการจราจร คุณควรกลับมาดูในแต่ละวัน มีผู้คนทั้งชายหญิงแต่งตัวดีขับรถมอไซต์ หรือรถสกู๊ตเตอร์ หรือขับรถยนต์โก้หรูขับขี่อย่างประมาทไปบนทางเท้าทางข้ามบ้างที่มีผู้คนเดินสัญจร อืม...คุณบอกได้เลยว่า เป็นการวางระบบวางแผนจราจรที่แย่ ทำให้คนขับขี่รถไปบนทางเท้า เพราะการไม่ขยายถนนให้เพียงพอ แต่ยังไงก็มองไปอีกอย่างว่าคนขับขี่ใจร้อน เห็นแก่ตัว อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้คนเดินทางเท้าได้


ถนน Le Thi Hong Gam เขตหนึ่ง ยาวเพียง 100 ม.เหมือนกับถนนสายอื่นๆที่มีทางเท้าแคบๆไม่พอให้คนเดินได้ นับว่าแปลกดี อย่างถนนอื่นนั้น ทางเท้าไม่ว่างเรายังหาทางเดินบนถนนข้างทางได้ เมื่อสัปดาห์ก่อนถนนเส้นนี้ที่เชื่อมต่อแยกCalmette ถึง แยก Pho Duc Chinh กลับไม่มีที่ให้เดินเลย ด้านข้างพิพิธภัณฑ์หอศิลป์ใกล้ประตูทางเข้า EXIM Bank เวียตนาม ทางเท้าถูกกั้นเป็นที่สำหรับจอดรถมอไซต์ แต่ที่ได้รับการตำหนิมากมากก็คือการนำมาเป็นที่จอดรถยนต์ คนเดินเท้าไม่สามารถเดินได้ทั้งบนถนน ข้างทาง และข้างที่จอดรถ มีที่เดียวเท่านั้นก็คือกลางถนน จึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังรถที่วิ่งสัญจรทั้งหน้าและหลัง นานแล้วที่ไม่มีใครแก้ปัญหา อาจจะไม่มีใครเคยถูกรถชน เพราะเคยชินกับการเดินกลางถนนเส้นนี้ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศ ผู้ประสบอุบัติเหตุสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายรวมทั้งค่าทำขวัญได้
ถนนเส้นนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน เมืองนี้ ที่จอดรถกินพื้นที่ทางเท้า ทางเท้าหลายที่ได้เปลี่ยนมาเป็นที่จอดรถทำให้ผู้คนต้องไปเดินกลางถนน จริงแล้วผู้คนไม่ได้ต้องการทางเท้า แต่อยากเดินอย่างความปลอดภัยมากกว่า ยอมจ่ายเงินภาษีไปเพื่อต้องการมีทางเท้า ผู้คนยังคงรอใครสักคนทำให้พวกเขามีความปลอดภัย
เมื่อไม่นานมานี้ เมืองโฮจิมินห์เกิดจราจรติดขัด ทางเทศบาลได้จัดการรณรงค์โครงการคืนทางเท้าให้ชาวบ้าน อย่างเช่นบนถนนLe Thi Hong Gam ได้ทำการกั้นเชือกเพื่อคนเดินเท้า และย้ายที่จอดรถออกไป โดยเราก็ยังหวังว่าจะยังคงมีโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ที่มา::The SaigonTimes Weekly(EN)

Sunday, December 16, 2007

Happy on Chirstmas Day

chúc mừng ngày lễ thế giới Nô-en
บทเพลงวันคริสต์มาส



Play/Stop MV Please Right Click Loop Then Play/Stop Below



Friday, November 2, 2007

ข้าวเหนียวนึ่งมื้อเช้ายอดนิยม

โดย Quynh Thu
สำหรับชาวไซง่อนที่รายได้น้อย โซย(xôi)หรือข้าวเหนียว ยังคงได้รับความนิยมในมื้อเช้าซึ่งพวกเขาพอที่มีงบจ่ายได้

บนถนน Le Loi เขตหนึ่งใจกลางกรุงไซง่อน ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายตรงมุมถนน Pasteur แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้งตรงแยกถนนแรก และคุณจะเห็น เสาไฟที่เก่าแก่ที่สุดบนถนนLe Thanh Ton ในทรงเก่าแก่จนไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อไหร่แต่ก็กล่าวได้ว่ามันคงอยู่มากว่าหลายทศวรรษแล้ว

ทุกเช้าตั้งแต่หกโมงถึงเก้าโมงบนบริเวณทางเท้าใกล้กับเสาไฟนี้จะมีหญิงชราคนหนึ่งขายข้าวเหนียวนึ่ง อาหารเช้าฟาสฟู๊ดสไตล์เวียตนาม คุณยายกล่าวว่าได้ขายมาเป็นสิบสิบปีแล้ว ตามคำเล่าของคนที่อยู่แถวนั้นกล่าวว่าแกขายมานานพอพอกับอายุของเสาไฟต้นนี้

กล่าวโดยทั่วไป ข้าวเหนียวถูกนึ่ง เพื่อให้น่ารับประทานข้าวเหนียวนึ่งจึงมีหลากหลายสีสรร ถ้าใส่ lá da(ล้า ยา=ใบเตย)จะทำให้มีสีเขียว ถ้าใส่ np than(อัญชัน) ทำให้เป็นสีม่วง ถ้าใส่ขมิ้นจะมีสีส้ม ข้าวเหนียวที่มีสีสรรต่างๆนี้จะถูกเรียกรวมกันว่า xôi ngt(โซย หงอด)หรือ ข้าวเหนียวหวาน เพราะใส่น้ำตาลลงไปด้วย ใส่เนื้อมะพร้าวขูดและงาโรยหน้า เราจะสามารถเห็นได้ว่าทั้งหมดมาจากธัญญาพืช

ในทางกลับกัน โดยแท้จริงแล้ว xôi ngt(โซย หงอด=ข้าวเหนียวนึ่งหวาน) เดิมมาจาก xôi mn(โซย หม่าน=ข้าวเหนียวนึ่งเค็ม)ที่ใช้รับประทานกับสำรับอาหารในมื้อปกติยอดนิยมอย่าง ข้าวเหนียวไส้อั่ว(xôi lp xng), ข้าวเหนียวไก่(xôi gà) หรือข้าวเหนียวหมูหยอง(xôi chà bông)

ข้าวเหนียวนึ่งยังคงเป็นที่นิยมในมื้อเช้าของชาวไซง่อน เหมาะกับคนรายได้น้อยและในหมู่เด็กนักเรียนด้วยงบเพียง 5.000 เวียตนามด่องหรือสิบสองบาทกว่า เพียงหนึ่งห่อก็ช่วยให้บางคนอิ่มยาวไปจนมื้อเที่ยงเลย
ข้าวเหนียวหวานเองก็ได้รับความนิยมไปทั่วเวียตนามซึ่งยังไม่มีที่ไหนปรุงได้อร่อยเท่าเมืองไซง่อน รวมทั้งข้าวเหนียวเค็มก็เช่นกัน

เมื่อชาวไซง่อนมีรายได้ที่ดีขึ้น ข้าวเหนียวปกติเองก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกันจะเห็นได้จากร้านขายข้าวเหนียวเค็มหลายแห่งในไซง่อนตามมุมถนนBui Thi Xuanและถนน Cong Quynhในเขตหนึ่งเอง ที่เห็นมีผู้บริโภคเข้ามารับประทานข้าวเหนียวกันตั้งแต่เช้าจบเย็น

ในเมืองไซง่อน เองตามถนนCao Thang ได้รับฉายาว่าเป็น"ถนนแห่งข้าวนึ่ง" ในทุกวันตอนเย็น เลนหนึ่งของถนนจะเต็มไปด้วยรถเข็นขายข้าวเหนียวนึ่ง สังเกตได้จากหม้อนึ่งอลูมิเนียมหรือฝาปิดสเตนเลสขนาดใหญ่

มีคนไซง่อนที่นั่นเล่าเรื่องแบบติดตลกให้เราฟังว่า เขาพักอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เขตBinh Thanh ทุกวันเขาจะซื้อข้าวนึ่งห่อนึงจากหญิงคนขายที่มีกว่ายี่สิบห่อ เธอเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในอพาร์ทเม้นท์แห่งนั้นเพราะข้าวนึ่งเธออร่อยราคาก็ย่อมเยา ทุกเช้าจะมีลูกค้ามารอเข้าแถวซื้อหน้ารถจักรยาน จนมีคนบางคนสงสัยว่าทำไมเธอไม่ขยายธุรกิจโดยการเปิดร้านขายหรือซื้อรถเข็นขายของ เธอบอกว่าอย่างแรกเธอไม่มีทุนและอีกอย่างคือเธอกลัวว่าจะถูกเทศกิจจับกุมที่ขายของบนทางเท้า

จนกระทั่งวันหนึ่ง ลูกค้าประจำของเธอก็ประหลาดใจเมื่อเธอบอกว่าจะเลิกขายแล้ว จะไปเรียนฝึกภาษาอังกฤษและงานสำนักงาน เพื่อหางานอื่นทำบ้าง ทำให้พวกเขาเองรู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้กินมื้อเช้าที่ราคาแสนถูก อร่อย และเอาใจใส่ลูกค้า มาอย่างดีโดยตลอด อีกต่อไป

หลังจากนั้นหลายเดือนต่อมา ผู้คนแถวนั้นก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อ เธอและจักรยานคันเก่านั้นได้กลับมาอีกครั้ง พวกเขาดีใจมากที่จะได้มื้อเช้าที่อร่อยและราคาถูกอีกครั้ง เธอเล่าว่าการเรียนรู้ใหม่เป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับเธอ "ไม่มีอะไรที่ดีสำหรับฉันเท่ากับการขายข้าวนึ่งอีกแล้ว"

ธุรกิจเครือข่ายการขายอาหารประเภทฟาสฟู๊ดได้กระจายไปทั่วเมือง ได้สร้างกระแสค่านิยมใหม่ให้กับคนรุ่นใหม่ในไซง่อน อย่างแฮมเบอเกอร์ และมันฝรั่งทอด ที่เป็นอาหารกินเล่น ข้าวเหนียวนึ่งก็ยังคงอยู่เป็นอาหารยามเช้าตามหลายๆโรงเรียน ตามเขตที่ยากจน คนขายข้างถนนจะขายข้าวเหนียวใส่รถเข็นขายหรือใส่ตะกร้าขายแก่พวกเด็กนักเรียน คุณจะลองแวะไปดูแถวถนนNam Ky Khoi Nghia หน้าโรงเรียนเทคนิค Cao Thang ทุกเช้าช่วงเปิดเรียนจะมีคนขายกว่าสี่สิบคนจอดรถตามมุมถนนเพื่อขายข้าวเหนียว

แม้ว่าชาวไซง่อนจะมีชีวิตที่เจริญขึ้นและธุรกิจที่เติบโตขึ้น ข้าวเหนียวนึ่งก็ยังคงเป็นมื้อเช้าและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนยากจนที่นั่น

ที่มา::The SaigonTimes Weekly(EN)